แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ แต่ละตลาด และอุตสาหกรรม

รวมข้อมูลแนวโน้มทางด้านการเติบโต การตลาด เศรษฐกิจ ของธุรกิจแต่ละธุรกิจในอุตสาหกรรมภาคธุรกิจในประเทศไทย

ศูนย์รวมธุรกิจต่างๆ

>>> เลือก เครื่องชงกาแฟที่เหมาะกับร้านกาแฟของเรา และเลือกเครื่องชงกาแฟให้เหมาะกับงบประมาณที่ตั้งไว้ด้วย
>>> หลักในการซื้อขายบ้านให้ได้ราคาควรคำนึงถึงปัจจุยในการซื้อขายบ้านให้ดีก่อน
>>> คุณภาพมาตรฐานในด้านการติดตั้งกระจกรถยนต์ผู้จำหน่ายและติดตั้งกระจกรถยนต์มานานมั่นใจได้ในทีมช่างที่เชี่ยวชาญ
>>> จัดจำหน่ายเต็นท์ผ้าใบสำหรับงานต่างๆ สามารถเข้ามาดูเต็นท์ผ้าใบของเรากันได้มีหลากหลายให้เลือก
>>> การวางแผนกำลังคนสามารถทำได้ทั้งระดับชาติและระดับธุรกิจ วางแผนกำลังคนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
>>> ต้องการความท้าทายต้อง รถATVจะทำให้สนุก มันส์ เร้าใจไปกันรถ ATV
>>> สิ่งแรกก่อนที่เราจะเลือกลูกบิดประตู เราต้องดูก่อนว่าจะนำไปใช้กับประตูแบบไหน ลูกบิดที่ติดกับประตูเหล่านี้ก็มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน
>>> เครื่องทำน้ำร้อนแก๊ส RINNAI ด้วยการผลิตสายน้ำที่ร้อนอย่างยาวนาน สม่ำเสมอตลอดการใช้งานเครื่องทำน้ำร้อนแก๊สของทุกแรงดันน้ำ
>>> เพียงแค่ใส่น้ำแข็งแบบน้ำแข็งยูนิตหรือน้ำแข็งแบบเป็นก้อนเข้าไปในตัวเครื่องบดน้ำแข็งแล้วหมุนคันโยก น้ำแข็งก็จะออกมาเป็นน้ำแข็งใสทางด้านล่างเครื่องบดน้ำแข็ง น้ำแข็งใสมีเกล็ดละเอียด น่ารับประทาน
>>> สักคิ้ว หนึ่งธุรกิจด้านความงามที่มาแรงที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบันนี้ เพราะเรื่องความสวยความงามนั้นคิ้วเป็นส่วนสำคัญยิ่งบนใบหน้าของผู้หญิงทุกคนสักคิ้วจึงได้รับความนิยม
>>> บทความ ความรู้เรื่องเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในปัจจุบันมีเศรษฐกิจระหว่างประเทศเกิดขึ้นมากมาย เมื่อมันเกิดแบบนี้ จะเกิดผลกระทบอะไรกับเศรษฐกิจบ้าง ต้องเตรียมตัวให้พร้อม พร้อมรับมือทุกสถานการณ์
>>> สาวออฟฟิศ คนทำงานราชการ ซื้อ ชุดทำงาน ที่ไหนกันบ้าง ส่วนเราซื้อที่นี่ เสื้อผ้าคนอ้วน ร้านนี้ขายชุดทำงานแบบ สวย หรู สุภาพ เรียบร้อย มีแบบให้เลือกเยอะ
>>> ส่วน ชุดเดรส เราแนะนำร้านขายเสื้อผ้าคนอ้วน ร้านนี้มีเดรสทำงานแฟชั่นสวยๆ เพียบ สวยเริ่ดหรู ดูดี ในราคาไม่แพง สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่าดี
>> เติบโตด้วยการทำธุรกิจออนไลน์ง่ายๆกับการใช้งานร้านค้าออนไลน์ อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับหลายๆคนที่อยากเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ในการขายของผ่านเน็ตที่ใช้งานง่ายอย่างร้านค้าออนไลน์
>> เลือกที่จะจดโดเมนให้กับการทำธุรกิจผ่านทางโลกออนไลน์ได้ง่าย พร้อมทั้งยังมีบริการ Web Hosting ที่มีคุณภาพหลายแพคเกจให้เลือกใช้บริการจดโดเมนและ Web Hosting กับ http://www.netdesignhost.com
  • การดูแลอาหารสำหรับเด็กอย่างพิถีพิถัน ไม่ได้สำคัญเพียงแค่ไปกระตุ้นพัฒนาการในวัยเด็กให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเนื่องไปอีก 60 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว กล่าวคือ หากคุณอยากเป็นคนอายุยืนที่แข็งแรงที่สุด คุณต้องใส่ใจกับอาหารตั้งแต่วันแรกเกิดเลยทีเดียว

    ตั้งแต่วันที่ลูกลืมตาดูโลก เรื่องอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่จะต้องคอยดูแลให้ถูกโภชนาการจน กระทั่งเขาเติบโตขึ้นมา ความจริงแล้วอาหารหล่อเลี้ยงเราตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ โดยได้รับอาหารจากแม่ที่กินเข้าไป เพื่อสร้างโครงสร้างของร่างกาย จนกระทั่งคลอดออกมา ค่อยๆ เจริญเติบโตจากเด็ก เป็นวัยรุ่น โตเป็นผู้ใหญ่ และกลายเป็นผู้สูงอายุ ทุกช่วงวัยต่างก็ต้องการอาหารในการสร้างเสริมร่างกายทั้งสิ้น เพียงแค่แต่ละช่วงอายุต่างต้องการโภชนาการทางอาหารที่แตกต่างกัน เพื่อการดำเนินชีวิตในช่วงวัยนั้นได้อย่างปกติสุข

    ช่วงวัยเด็กเป็น ช่วงอายุตั้งแต่เป็นทารกจนถึงวัยรุ่น โภชนาการที่ดีจึงมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของ เด็ก อัตราการเจริญเติบโตทั้งทางสมองและร่างกายที่เร็วที่สุดจะเกิดในช่วงทารก น้ำนมแม่จึงเป็นอาหารที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับเขา เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติช่วยต้านทานเชื้อโรคต่างๆ ทั้งยังสร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูก หลัง 6 เดือนไปแล้วควรให้อาหารเสริมควบคู่กับนม ช่วงก่อนวัยเรียน คือ ช่วง 1-5 ปี เด็กจะมีการเจริญเติบโตทางสมองและร่างกายเป็นส่วนใหญ่ ควรให้กินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มนมวันละ 2–3 แก้ว โดยเลือกนมที่มีส่วนผสมที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ที่กำลังสนใจเรียนรู้สิ่งต่างๆ เช่น มีส่วนผสม DHA ช่วยเสริมพัฒนาการทางสมอง หรือมีส่วนผสมของสารที่ช่วยบำรุงสายตา อย่างลูทีน ที่พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และเพื่อการเจริญเติบโตที่สมวัย ควรให้กินปลา เนื้อสัตว์ ไข่ ผัก และผลไม้เป็นประจำ ซึ่งถ้าได้รับสารอาหารครบถ้วน สมองก็จะเจริญเติบโตเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงของหวานขบเคี้ยวต่างๆ

    เด็กวัยเรียน หรือเด็กที่มีช่วงอายุ 6 – 12 ปี ซึ่งร่างกายกำลังเจริญเติบโตอย่างคงที่ ต้องได้รับอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม รับประทานให้ครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะการไม่รับประทานอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายขาดพลังงานที่จะไปเรียนรู้และ ทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงอื่นๆ ของวัน อาจทำให้ขาดสมาธิในการเรียนรู้ และส่งผลต่อการเรียนที่แย่ลงได้ อาหารว่างระหว่างมื้ออาหารหลักก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก แต่ไม่ควรกินใกล้กับเวลามื้ออาหารหลัก อาหารว่างที่ดีควรมีพลังงานเหมาะสม ประมาณ 100 – 150 กิโลแคลอรี มีน้ำตาลน้อย ที่ อย่างเช่น ผลไม้สด โยเกิร์ต ธัญพืชต่างๆ นอกจากนี้ การดื่มนมก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กควรได้รับอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว

    ควรหลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีรสจัด ของขบเคี้ยว น้ำอัดลม หากเด็กกินฟาสต์ฟู้ดเป็นอาหารกลางวัน มื้อเช้ากับมื้อเย็นก็ควรมีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ เพื่อให้ได้รับวิตามินและใยอาหารด้วย ซึ่งพ่อแม่จะต้องคอยให้ความรู้กับลูกๆ เกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมกับฝึกนิสัยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม อัตราการเจริญเติบโตของเด็กนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโภชนาการที่เด็กได้รับ และพื้นฐานทางพันธุกรรม

    Comments Off
  • ผักผลไม้ เป็นหมู่อาหารที่จำเป็นสำหรับการเผาผลาญอาหารให้สมบูรณ์ เพราะมีวิตามิน เกลือแร่ ได้แก่ วิตามินเอ เบต้าแครโรทีน วิตามินซี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเผาผลาญอาหาร ซึ่งเด็กวัยขวบปีแรกเหมาะสำหรับการปลูกฝังการกินผักผลไม้ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานกระเพาะลำไส้ สำหรับเด็กที่ไม่ชอบผักผลไม้มีส่วนมาจากพ่อแม่ที่ไม่ชอบผักผลไม้ หรือไม่กินและใช้ประสบการณ์ของตัวเองเป็นเครื่องตัดสิน ทำให้เด็กไม่มีโอกาสในการปรับตัว รับรสอาหารจากผักผลไม้ ซึ่งบ้านเรามีผักผลไม้ให้เลือกหลากหลาย

    ถ้าลูกน้อยไม่กินผัก ผลไม้คือทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเด็กวัย 1-3 ปีเป็นอันมาก เพราะผลไม้ดีต่อลำไส้และระบบขับถ่ายในร่างกาย และเป็นแหล่งวิตามินแร่ธาตุ นอกจากนี้ยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยบำรุงสมองและทำให้ระบบประสาททำงานได้ดี สามารถสั่งงานให้ร่างกายส่วนต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ ป้องกันมะเร็ง นอกจากนี้ความหวานของผลไม้ยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น แบบไม่มีพลังงานเหลือเกินความจำเป็น เพราะเป็นความหวานที่ได้จากน้ำตาลฟลุกโตสซึ่งให้พลังงานน้อย และทำให้เกิดฟันผุได้น้อยกว่าความหวานจากขนมต่างๆด้วย

    ปัจจุบันพบว่าเด็กวัยเรียนมีการบริโภคผักทุกวัน เพียงร้อยละ 41.1 ในปริมาณวันละ 14.3 กรัมต่อคน หรือประมาณ 1.5 ช้อนกินข้าว ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าธงโภชนาการ ซึ่งแนะนำให้เด็กวัยเรียนอายุ 6-13 ปี ควรบริโภคผักมื้อละ 4 ช้อนกินข้าว นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กวัยเรียนมีการบริโภคอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมันเพิ่มขึ้นทั้งๆที่ควรมีการบริโภคผักผลไม้ให้ได้วันละ 500 กรัม เพื่อลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง เป็นต้น

    คุณประโยชน์มากมายที่ได้จากผักและผลไม้

    1.การกินผักและผลไม้เป็นประจำเป็นการสร้างภูมิต้านทาน ทำให้เจ็บป่วยน้อยกว่าคนไม่กินผักผลไม้เลย หรือเมื่อเจ็บป่วยร่างกายจะมีการฟื้นฟูหรือปรับสภาพได้เร็วกว่าคนไม่กินผัก
    2.ในผักผลไม้มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็ง
    3.ในผักและผลไม้มีไฟเบอร์เสริมสร้างใยอาหาร มะเขือเทศสีส้ม ไม่ใช่เพียงเฉพาะมีเบตาแคโรทีนเท่านั้น แต่มีใยอาหารหรือไฟเบอร์

    Comments Off
  • การโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มในรายการสำหรับเด็ก ทางฟรีทีวี 4 ช่อง ได้แก่ ช่อง3, 5, 7 และ ช่อง9 พบว่า ร้อยละ 94 ของอาหารและเครื่องดื่มที่โฆษณา เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้น การโฆษณายังใช้พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นดาราดัง คนที่มีชื่อเสียง ใช้การ์ตูน และการใช้ mock up ที่ทำให้อาหารมีขนาดใหญ่เกินกว่าความเป็นจริง

    เนื้อหาโฆษณาก็มุ่งเน้นเรื่องรสชาติของอาหาร การส่งเสริมให้บริโภคเกินความจำเป็น การบริโภคแทนอาหารมื้อหลัก การใช้คำที่ทำให้รู้สึกว่าราคาถูกลง การทำให้รู้สึกว่าเด่นกว่าคนอื่น และมีเนื้อหาส่อไปในทางเพศซึ่งไม่เหมาะสมกับเด็ก

    นอกจากนี้ ยังพบโฆษณาแฝงทุกรูปแบบ “มากที่สุด” ในรายการที่ถูกจัดให้มีเนื้อหาระดับ ‘ท’ ที่ออกอากาศในช่วงเวลาสำหรับเด็กด้วย

    “การโฆษณาดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้เด็กเกิดความต้องการบริโภค ในขณะที่กฎหมายควบคุมการโฆษณาที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ครอบคลุมการโฆษณาที่มีรูปแบบและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก”

    ปัจจุบันนี้โฆษณามีการใช้กลยุทธ์และมีเทคนิคลูกเล่นแพรวพราวที่เชิญชวนให้เกิดการบริโภค ทำให้เด็กหลงกลได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่ไม่สามารถแยกแยะระหว่างโลกจินตนาการและโลกของความเป็นจริง ดังนั้น เด็กจึงตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา และก่อให้เกิดผลกระทบต่อเด็ก 3 ประการ ได้แก่ 1. เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพทางกาย เช่น โรคอ้วน กลัวอ้วน หรือผอมขาดสารอาหาร 2. เพิ่มความเสี่ยงด้านจิตใจ เช่น การเกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบตามสื่ออย่างไม่เหมาะสม และ 3. เพิ่มความเสี่ยงด้านสังคมและวัฒนธรรม เกิดค่านิยมผิดๆ เช่น เมื่อบริโภคสินค้าที่โฆษณาแล้วมีผลต่อความรู้ความสามารถ ความสวยความงาม เป็นต้น

    สื่อเป็นปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญในการเรียนรู้ของเด็ก เด็กใช้เวลากับสื่อมาก โฆษณาจึงมีผลกระทบต่อทัศนคติและพฤติกรรมของเด็กเยาวชนมากด้วยเช่นกัน

    “อยากเห็นคนทำโฆษณาที่มีจิตสำนึกไม่มุ่งแต่กำไรจนไม่สนใจผลที่เกิดขึ้นต่อเด็ก หน่วยงานกำกับดูแลโฆษณา ทั้งสมาคมวิชาชีพและภาครัฐอย่างกสทช. ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องโฆษณาที่เข้าถึงเด็ก ต้องมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างจากโฆษณาในช่วงรายการของผู้ใหญ่ ต้องให้ความรู้เรื่องเท่าทันสื่อแก่เด็กและพ่อแม่ ต้องให้เครือข่ายพ่อแม่และภาคสังคมต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง หมดเวลาที่จะโยนกันไปมาว่าเป็นหน้าที่ของใคร แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันพัฒนาเด็กและเยาวชน”

    และหนึ่งในมาตการป้องกันคือ กฎหมายและกลไกในการควบคุมการโฆษณา และถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำหนดมาตรฐานเพิ่มกฎกติกา และกำหนดกลไกในการควบคุมดูแลโฆษณาในช่วงรายการเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโฆษณาอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมและใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เด็กบริโภค

    “ประเทศไทยควรมีมาตรการในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดเหมือนกับประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษและออสเตรเลียที่มีกลไกการกำกับดูแลร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน ในการติดตามเฝ้าระวังและการลงโทษโฆษณาที่ฝ่าฝืนกฎข้อบังคับ เพราะการออกกฎหรือมาตรการดังกล่าว นอกจากจะเป็นการปกป้องสุขภาพของเด็กและเยาวชนแล้ว ยังเป็นผลดีต่อสังคมและภาครัฐในการลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่อไปในอนาคตอีกด้วย”

    Comments Off
  • เด็กวัยก่อนเรียน คือ เด็กที่มีอายุระหว่าง 1-6 ขวบ เป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาทางร่างกาย ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พัฒนาการทางสมอง ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่าเด็กอายุ 1-5 ขวบ มีพัฒนาการทางสมองประมาณร้อยละ 80 ของมันสมองของผู้ใหญ่ ดังนั้นเด็กวัยนี้จึงต้องการอาหารโดยเฉพาะโปรตีนมากกว่าคนทุกอายุเมื่อเทียบกันตามน้ำหนัก นั่นคือเด็กวัยนี้ต้องการ 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน จะมีความต้องการน้อยกว่าก็เฉพาะวัยทารกพวกเดียวเท่านั้น หากเด็กวัยก่อนเรียนนี้ขาดอาหารจะทำให้ความเจริญเติบโตหยุดชะงัก ร่างกายอ่อนแอ ขาดอำนาจต้านทานโรค ป่วยด้วยโรคติดเชื้อ (โรคติดต่อ) ต่างๆ เป็นประจำ และตายได้ง่าย

    ปัญหาการขาดอาหารของเด็กวัยนี้มีมาก ทั้งนี้เนื่องจากพ่อแม่ให้ความเอาใจใส่ดูแลน้อยกว่าตอนเป็นทารก ยิ่งมารดามีน้องใหม่ด้วยแล้ว ก็แทบจะทอดทิ้งให้ช่วยตัวเองหรืออยู่ในความดูแลของผู้อื่น และจากการอดนม โอกาสที่จะขาดโปรตีนจึงง่ายมาก ฉะนั้นเด็กวัยนี้จึงควรได้เอาใจใส่เรื่องอาหารการกินให้มาก นอกจากพ่อแม่ไม่เอาใจใส่แล้ว การให้เด็กร่วมวงรับประทานอาหารกับผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนมากได้อาหารโปรตีนไม่พอ บางทีก็แย่งพี่ๆ ไม่ทัน หรือบางครั้งอาหารรสจัดเกินไปกินไม่ได้ ส่วนมากจึงได้แต่ข้าวกับน้ำแกง หรือน้ำผักเท่านั้น ดังนั้นอันตรายของเด็กวัยนี้จึงสูง และลดไม่ค่อยลงเหมือนวัยอื่นๆ

    อาหารของเด็กวัยก่อนเรียนก็เหมือนอาหารของทารกในระยะ 1 ขวบ แต่เพิ่มปริมาณให้มากขึ้น ได้แก่ ข้าวสุก เนื้อสัตว์ต่างๆ และถั่วเมล็ดแทนเนื้อสัตว์ ไข่ (วันละฟอง) เครื่องในสัตว์ น้ำนมควรได้วันละ 2 ถ้วย ผักใบเขียวและผักอื่นๆ ผลไม้สดและส้ม ไขมัน เช่น กะทิ น้ำมันหมู ฯลฯ เด็กวัยนี้ต้องพยายามหัดให้กินอาหารหลายอย่าง โดยเฉพาะผักใบเขียว และผัก ผลไม้ ที่มีสีเหลืองเพื่อให้ได้วิตะมินเอ เพียงพอปริมาณอาหารที่ให้นั้น ควรให้ทีละน้อยแล้วเพิ่มให้ทีหลังเมื่อเด็กต้องการ เด็กบางคนอ้วนเพราะถูกสอนให้กินอาหารมากเกินต้องการ แม้แต่อยู่ในวัยทารก การกินอาหารมากเกินต้องการในวัยเด็กจะทำให้ต่อไปเป็นเด็กอ้วนได้

    Comments Off
  • ปัญหาการขาดอาหารของเด็กวัยนี้มีมาก ทั้งนี้เนื่องจากพ่อแม่ให้ความเอาใจใส่ดูแลน้อยกว่าตอนเป็นทารก ยิ่งมารดามีน้องใหม่ด้วยแล้ว ก็แทบจะทอดทิ้งให้ช่วยตัวเองหรืออยู่ในความดูแลของผู้อื่น และจากการอดนม โอกาสที่จะขาดโปรตีนจึงง่ายมาก ฉะนั้นเด็กวัยนี้จึงควรได้เอาใจใส่เรื่องอาหารการกินให้มาก นอกจากพ่อแม่ไม่เอาใจใส่แล้ว การให้เด็กร่วมวงรับประทานอาหารกับผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนมากได้อาหารโปรตีนไม่พอ บางทีก็แย่งพี่ๆ ไม่ทัน หรือบางครั้งอาหารรสจัดเกินไปกินไม่ได้ ส่วนมากจึงได้แต่ข้าวกับน้ำแกง หรือน้ำผักเท่านั้น ดังนั้นอันตรายของเด็กวัยนี้จึงสูง และลดไม่ค่อยลงเหมือนวัยอื่นๆ

    อาหารของเด็กวัยก่อนเรียนก็เหมือนอาหารของทารกในระยะ 1 ขวบ แต่เพิ่มปริมาณให้มากขึ้น ได้แก่ ข้าวสุก เนื้อสัตว์ต่างๆ และถั่วเมล็ดแทนเนื้อสัตว์ ไข่ (วันละฟอง) เครื่องในสัตว์ น้ำนมควรได้วันละ 2 ถ้วย ผักใบเขียวและผักอื่นๆ ผลไม้สดและส้ม ไขมัน เช่น กะทิ น้ำมันหมู ฯลฯ เด็กวัยนี้ต้องพยายามหัดให้กินอาหารหลายอย่าง โดยเฉพาะผักใบเขียว และผัก ผลไม้ ที่มีสีเหลืองเพื่อให้ได้วิตะมินเอ เพียงพอ ปริมาณอาหารที่ให้นั้น ควรให้ทีละน้อยแล้วเพิ่มให้ทีหลังเมื่อเด็กต้องการ เด็กบางคนอ้วนเพราะถูกสอนให้กินอาหารมากเกินต้องการ แม้แต่อยู่ในวัยทารก การกินอาหารมากเกินต้องการในวัยเด็กจะทำให้ต่อไปเป็นเด็กอ้วนได้

    การประกอบอาหารควรต้องระวังให้เหมาะสมกับความสามารถในการย่อยของเด็ก และต้องถูกตามหลักอนามัยด้วย เช่น เมื่อยังเคี้ยวไม่ค่อยได้ และการย่อยยังไม่สมบูรณ์ ให้อาหารอ่อนก่อน อาหารเด็กในปีแรกๆ ควรให้ชนิดเคี้ยวง่าย เช่น ผักควรต้มให้เปื่อย เนื้อสัตว์ควรสับ ปลาควรนึ่งหรือย่าง ไม่ควรทอด ข้าวก็ควรให้ข้าวต้ม หรือข้าวตุ๋นก่อน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นข้าวสวย ผลไม้ก็ควรคั้นน้ำ หรือบดก่อน แล้วจึงให้ทั้งผลเมื่อเด็กโตขึ้น เนื่องจากเด็กวัยนี้กินอาหารได้ปริมาณทีละน้อย อาจต้องมีอาหารว่างระหว่างมื้อ ควรเลือกอาหารว่างที่มีประโยชน์ เช่น น้ำนม ผลไม้ ฯลฯ แต่ไม่ควรให้ขนมหวานจนเป็นนิสัย ตลอดจนเครื่องดื่มพวก น้ำชา กาแฟนอกจากนี้อาหารสำหรับเด็กวัยนี้ไม่ควรให้อาหารประเภทหมักดอง อาหารเนื้อหรือปลาทูปรุงไม่สุก และอาหารรสจัด

    Comments Off